แมคโดนัลด์ - นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบายความเป็นส่วนตัว
นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Privacy Policy)
สำหรับผู้สมัครและพนักงาน หรือคู่ค้า
ของ บริษัท แมคไทย จำกัด

บริษัท แมคไทย จำกัด (“บริษัท”) ตระหนักถึงความสำคัญของการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เนื่องจากการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเป็นส่วนหนึ่งของการรับผิดชอบต่อสังคม และเป็นรากฐานในการสร้างความสัมพันธ์ทางธุรกิจที่น่าเชื่อถือกับลูกค้ารวมถึงพนักงานและบุคคลากร บริษัทจึงยึดมั่นในการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และกฎเกณฑ์ทางการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

นโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ได้จัดทำขึ้นเพื่อแจ้งให้ทราบถึงวัตถุประสงค์และรายละเอียดเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ตลอดจนสิทธิตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งบริษัทได้ทำการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการรับสมัครงาน การจ้างงาน การสมัครทุนการศึกษา การรับการสนับสนุน หรือการฝึกงาน ในฐานะที่เป็นผู้สมัครและบุคลากรของบริษัท อีกทั้งเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการเข้าทำสัญญา การบริการ การจัดซื้อ การจัดจ้าง หรือการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้องในฐานะคู่ค้าของบริษัท (แล้วแต่กรณี) ทั้งนี้ ไม่ว่าท่านจะเป็นกรรมการ ที่ปรึกษา พนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว พนักงานตามสัญญาจ้าง ผู้สมัครงาน ผู้สมัครทุนการศึกษา ผู้สมัครเข้ารับการสนับสนุน ผู้ได้รับทุนการศึกษา ผู้ได้รับการสนับสนุน และนักศึกษาฝึกงานของบริษัท คู่ค้า คู่สัญญา ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้บริการของบริษัทก็ตาม

ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท ได้ทำการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย นอกเหนือจากที่ได้มาจากความสัมพันธ์เกี่ยวกับการสมัครงาน การสมัครทุนการศึกษา ผู้ได้รับการสนับสนุน การฝึกงาน การจ้างงาน หรือการให้หรือใช้บริการตามสัญญาให้บริการ สัญญาจ้างหรือสัญญาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการ เช่น ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัท เก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย จากการใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการของบริษัท จะไม่อยู่ภายใต้ขอบเขตการใช้ของนโยบายฉบับนี้

1. นิยาม

นิยาม ความหมาย
การประมวลผลข้อมูล หมายถึง การดำเนินการใด ๆ ซึ่งกระทำต่อข้อมูลส่วนบุคคล หรือชุดข้อมูลส่วนบุคคล ไม่ว่าจะโดยวิธีการอัตโนมัติหรือไม่ เช่น การเก็บ บันทึก จัดระบบ จัดโครงสร้าง เก็บรักษา เปลี่ยนแปลงหรือปรับเปลี่ยน การรับ พิจารณา ใช้ เปิดเผยด้วยการส่งต่อ เผยแพร่ หรือการกระทำอื่นใดซึ่งทำให้เกิดความพร้อม ใช้งาน การจัดวางหรือผสมเข้าด้วยกัน การจำกัด การลบ หรือการทำลาย
ข้อมูลชีวภาพ หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้เทคนิค หรือเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้องกับการนำลักษณะเด่นทางกายภาพหรือทางพฤติกรรมของบุคคลมาใช้ทำให้สามารถยืนยันตัวตนของบุคคลนั้นที่ไม่เหมือนกับบุคคลอื่นได้ เช่น ข้อมูลจำลองภาพใบหน้า ข้อมูลจำลองม่านตา หรือข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ
ข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านกระบวนการจัดทำข้อมูลนิรนามแล้ว
ข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลซึ่งทำให้สามารถระบุตัวบุคคลนั้นได้ไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม
ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว หมายถึง ข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนาหรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพหรือข้อมูลอื่นใดซึ่งกระทบต่อเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลในทำนองเดียวกันตามที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
คณะกรรมการ หมายถึง คณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
คุกกี้ (Cookie) หมายถึง ข้อมูลขนาดเล็กที่เว็บไซต์ของบริษัทส่งไปยังคอมพิวเตอร์ หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคล โดยคุกกี้จะถูกส่งกลับไปที่เว็บไซต์ต้นทางในแต่ละครั้งที่กลับเข้ามาดูที่เว็บไซต์ดังกล่าว
คู่ค้า หมายถึง คู่สัญญา ผู้รับจ้าง หรือผู้ให้บริการของบริษัทและบริษัทในเครือซึ่งให้บริการหรือดำเนินการอื่นใดแก่บริษัทและบริษัทในเครือ ไม่ว่าจะมีสัญญาหรือไม่ก็ตาม ทั้งนี้ ไม่รวมถึงคู่สัญญาหรือคู่ค้าที่รับบริการจากบริษัทหรือบริษัทในเครือ
เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง บุคคลซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งบริษัทหรือบริษัทในเครือมีการเก็บรวบรวมใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งตามนโยบายนี้หมายความรวมถึงแต่ไม่จำกัดเพียงพนักงานและคู่ค้า
นโยบาย หมายถึง นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลสำหรับผู้สมัครและพนักงานหรือคู่ค้าของบริษัทและบริษัทในเครือฉบับนี้และที่อาจจะมีการแก้ไขเพิ่มเติม
บริษัท หมายถึง บริษัท แมคไทย จำกัด
บริษัทในเครือ หมายถึง บริษัทลูก บริษัทในเครือ หรือบริษัทในกลุ่ม ของบริษัท แมคไทย จำกัด ได้แก่ บริษัท เอ็ม ซี ดี พร็อพเพอตี้ จำกัด, บริษัท มีเดีย แอนด์ พริวิเลจ จำกัด, บริษัท เอ็ม ซี ดี เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์ จำกัด, มูลนิธิ แมค แฮปปี้ แฟมิลี่
ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง ผู้ที่มีอำนาจหน้าที่ตัดสินใจเกี่ยวกับการรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้ประมวลผลข้อมูล หมายถึง ผู้ซึ่งดำเนินการเกี่ยวกับการเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามคำสั่งหรือในนามของผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล
ผู้สมัคร หมายถึง พนักงานหรือคู่ค้าที่ยังไม่ได้รับเลือกให้เข้าทำงานหรือทำสัญญากับบริษัท
พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล หมายถึง พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 และที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติม
พนักงาน หมายถึง กรรมการ ที่ปรึกษา พนักงานประจำ พนักงานชั่วคราว พนักงานสัญญาจ้าง ผู้สมัครงาน ผู้สมัครทุนการศึกษา ผู้สมัครเข้ารับการสนับสนุน ผู้ได้รับทุนการศึกษา ผู้ได้รับการสนับสนุน และนักศึกษาฝึกงานของบริษัทและบริษัทในเครือ
สำนักงาน หมายถึง สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
IP Address หมายถึง สัญลักษณ์เชิงหมายเลขที่กำหนดให้แก่อุปกรณ์แต่ละชนิด เช่น คอมพิวเตอร์ หรือ เครื่องพิมพ์ ที่มีส่วนร่วมอยู่ในเครือข่ายคอมพิวเตอร์หนึ่ง ๆ ที่ใช้อินเทอร์เน็ตโพรโทคอล ในการสื่อสาร
นอกจากจะกำหนดไว้เป็นอย่างอื่นในนโยบายฉบับนี้ ต่อไปในนโยบายนี้เวลาอ้างถึงบริษัทให้หมายความรวมถึงบริษัทในเครือ และเวลาอ้างถึงท่านให้หมายความถึงเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลซึ่งรวมถึงพนักงานและคู่ค้า

2. ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผย

บริษัทอาจจะประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล (ซึ่งรวมไปถึงข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ตามที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และที่คณะกรรมการกำหนด) ได้แก่

2.1 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลที่พนักงาน คู่ค้าหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอื่นให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง ทั้งการเก็บข้อมูลจากใบสมัครงาน/สมัครทุนการศึกษา การขอรับการสนับสนุน การสัมภาษณ์ และในระหว่างการได้รับทุนการศึกษา ได้รับการสนับสนุน การฝึกงาน หรือการจ้างงาน ซึ่งรวมถึง

(ก) ข้อมูลที่ใช้ระบุตัวบุคคล อาทิ ชื่อ-นามสกุล ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ปัจจุบัน หมายเลขโทรศัพท์บ้าน หรือหมายเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่ หรือรายละเอียดการติดต่ออื่น ๆ เพศ สัญชาติ สถานภาพการสมรส วันเกิด เลขที่หนังสือเดินทาง/บัตรประจำตัวประชาชน
(ข) ข้อมูลเกี่ยวกับคุณวุฒิและประวัติการทำงานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล อาทิ คุณวุฒิการศึกษาจากโรงเรียน หรือมหาวิทยาลัย รวมถึง หนังสือรับรองและหนังสืออ้างอิงจากสถาบันการศึกษา
(ค) ข้อมูลเกี่ยวกับการสมัครงานของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล ตัวอย่างเช่น ประวัติส่วนตัว ข้อมูลการสัมภาษณ์งาน และหลักฐานหรือหนังสืออ้างอิงต่าง ๆ
(ง) ประวัติเกี่ยวกับประสิทธิภาพการทำงาน รวมถึง การประเมินผลการปฏิบัติงาน รางวัลที่เคยได้รับ ประวัติการถูกร้องเรียน บันทึกการสอบสวน หรือหลักฐานแสดงคุณวุฒิหรือคุณสมบัติ และโทษทางวินัย รวมถึงการตรวจสอบและการประเมินความเสี่ยง
(จ) ข้อมูลเกี่ยวกับผลประโยชน์และค่าตอบแทน ตัวอย่างเช่น รายละเอียดเกี่ยวกับค่าบำเหน็จ และ/หรือผลประโยชน์อื่น ๆ ที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้รับ เลขบัญชีธนาคาร กองทุนประกันสังคม ข้อมูลทางภาษี ข้อมูล ของบุคคลภายนอกผู้ได้รับผลประโยชน์

2.2 ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทเก็บรวบรวมจากแหล่งอื่นที่ไม่ใช่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

ข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทได้รับหรือเข้าถึงได้จากแหล่งอื่นซึ่งไม่ใช่จากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลโดยตรง เช่น บริษัทในเครือ หน่วยงานของรัฐ บริษัทในกลุ่มธุรกิจทางการเงิน สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการทางการเงิน พันธมิตรทางธุรกิจ บริษัทข้อมูลเครดิต และผู้ให้บริการข้อมูล เป็นต้น ซึ่งบริษัทจะเก็บรวบรวมข้อมูลจากแหล่งอื่นต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากท่านตามที่กฎหมายกำหนด เว้นแต่บริษัทมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต หรือสามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามที่กฎหมายกำหนด ซึ่งรวมถึง

(ก) ข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ นามสกุล เพศ อายุ วันเดือนปี เกิด สถานที่เกิด สถานภาพสมรส สัญชาติ เลขประจำตัวประชาชน เลขหนังสือเดินทาง ความเป็นพลเมือง เลขที่ใบขับขี่ สถานภาพการเกณฑ์ทหารประวัติการศึกษา ประวัติการทำงาน ประวัติการเรียนรู้ ใบอนุญาตต่าง ๆ เลขที่บัญชีธนาคาร
(ข) ข้อมูลการติดต่อ เช่น ที่อยู่ตามทะเบียนบ้าน ที่อยู่ปัจจุบัน หมายเลขโทรศัพท์ อีเมล ไอดีไลน์ (Line ID) รวมถึงข้อมูลในโซเชียลมีเดีย (Social Media) ต่าง ๆ
(ค) ข้อมูลเกี่ยวกับการจ้างงาน เช่น ตำแหน่งงาน ตำแหน่งองค์กร สังกัดต่าง ๆ ในองค์กร ค่าจ้าง ผลตอบแทนอื่น การใช้สวัสดิการ การลงเวลาทำงาน การลางาน การแต่งตั้ง การโยกย้าย การเปลี่ยนตำแหน่ง การประเมินผลทดลองงาน การประเมินผลการปฏิบัติงาน ทักษะความสามารถ บุคลิกภาพและพฤติกรรม การสอบสวน การลงโทษ (ยกเว้นพฤติกรรมทางเพศ)
(ง) ข้อมูลอุปกรณ์หรือเครื่องมือ เช่น IP address MAC address Cookie ID IMEI รวมถึงการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลโดยการใช้คุกกี้
(จ) ข้อมูลบุคคลที่สาม เช่น ข้อมูลสมาชิกในครอบครัว ข้อมูลผู้รับผลประโยชน์จากสวัสดิการ ต่าง ๆ ข้อมูลผู้ติดต่อฉุกเฉิน และบุคคลที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอ้างอิง
(ฉ) ข้อมูลอื่น ๆ เช่น การใช้งานเว็บไซต์ ความคิดเห็น ความชื่นชอบ งานอดิเรก ผลการสอบข้อเขียน เสียง ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหว รวมถึงการเข้าร่วมกิจกรรมหรือแคมเปญต่าง ๆ ที่บริษัท จัดขึ้น และข้อมูลอื่นใดที่ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนบุคคลตามกฎหมาย
(ช) ข้อมูลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลที่ปรากฏในหนังสือรับรองบริษัท บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น หรือเอกสารเกี่ยวกับนิติบุคคลอื่นใดที่มีข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูล
(ซ) ประวัติเกี่ยวกับการล้มละลาย การฟอกเงิน หรือ การให้การสนับสนุนทางการเงินแก่ผู้ก่อการร้าย
(ฌ) ข้อมูลอื่นใดที่บริษัทร้องขอจากนิติบุคคลของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล หรือจากเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อใช้ในการประกอบการเข้าทำสัญญา การบริการ หรือการดำเนินการอื่นใดที่เกี่ยวข้อง ตามที่บริษัทและบริษัทในเครือได้แจ้งหรือร้องขอไปยังเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

2.3 ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว (Sensitive Data)

ข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว คือ ข้อมูลส่วนบุคคลที่กฎหมายกำหนดเป็นการเฉพาะ เช่น เชื้อชาติ ความคิดเห็นทางการเมือง ความเชื่อในลัทธิ ศาสนา หรือปรัชญา พฤติกรรมทางเพศ ประวัติอาชญากรรม ข้อมูลสุขภาพ ความพิการ ข้อมูลสหภาพแรงงาน ข้อมูลพันธุกรรม ข้อมูลชีวภาพ (Biometric) หรือข้อมูลอื่นใดในทำนองเดียวกันที่กฎหมายกำหนด ซึ่งบริษัท ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ โดยบริษัท จะเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว รวมทั้งส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวไปต่างประเทศ ต่อเมื่อบริษัทได้รับความยินยอมโดยชัดแจ้งจากท่าน หรือในกรณีที่บริษัทมีความจำเป็นตามกรณีที่กฎหมายอนุญาต หรือสามารถเก็บรวบรวม ใช้ หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ตามที่กฎหมายกำหนด (ต่อไปในนโยบายฉบับนี้ หากไม่กล่าวโดยเฉพาะเจาะจง จะเรียกข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหวที่เกี่ยวกับท่านข้างต้น รวมกันว่า “ข้อมูลส่วนบุคคล”)


3. วัตถุประสงค์ในการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อพิจารณารับเข้าเป็นพนักงาน/เข้าฝึกงาน พิจารณาให้ทุนการศึกษา เพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติหน้าที่เป็นพนักงานหรือบุคลากรของบริษัท เพื่อการเข้าทำสัญญาจ้างหรือสัญญาบริการกับคู่ค้า หรือเพื่อประโยชน์อื่นใดตามที่ระบุในนโยบายฉบับนี้

3.1 การปฏิบัติตามสัญญา (Contractual Basis)

ข้อมูลส่วนบุคคลที่พนักงาน คู่ค้าหรือเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลอื่นให้ไว้แก่บริษัทโดยตรง ทั้งการเก็บข้อมูลจากใบสมัครงาน/สมัครทุนการศึกษา การขอรับการสนับสนุน การสัมภาษณ์ และในระหว่างการได้รับทุนการศึกษา ได้รับการสนับสนุน การฝึกงาน หรือการจ้างงาน ซึ่งรวมถึง

(ก) การสอบข้อเขียน การสัมภาษณ์ รวมถึงการจ่ายค่าจ้างหรือผลตอบแทนอื่น การจัดให้มีสวัสดิการหรือประโยชน์อื่นใด การลงเวลาทำงาน การลางาน การแต่งตั้ง การโยกย้าย การเปลี่ยนตำแหน่ง การปรับโครงสร้างองค์กร การประเมินและบริหารผลการปฏิบัติงาน
(ข) การพัฒนาทักษะความสามารถ การจัดทำบัตรพนักงาน การจัดทำทะเบียนพนักงาน การจัดทำข้อมูลพนักงาน การติดต่อสื่อสาร การมอบหมายงานให้ผู้อื่นทำแทนบริษัท การปฏิบัติตามกฎหมาย การชำระภาษี การบริหารความเสี่ยง การกำกับตรวจสอบ การป้องกันการทุจริต การสอบสวนและลงโทษทางวินัย การจัดการข้อร้องเรียน การบริหารจัดการภายในองค์กร และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดที่จำเป็นต่อการจ้างงานตามวัตถุประสงค์ดังกล่าว
(ค) การพิจารณาข้อเสนอ ราคา หรือเงื่อนไขการให้บริการ รวมถึงการเข้าทำสัญญา

3.2 การปฏิบัติตามกฎหมาย (Legal Obligation)

เพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมายที่กำหนดหน้าที่ของบริษัทในฐานะของนายจ้าง คู่สัญญาหรือในฐานะอื่นใด เช่น การปฏิบัติตามกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายธุรกิจสถาบันการเงิน กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายประกันภัย กฎหมายคุ้มครองแรงงาน กฎหมายประกันสังคม กฎหมายเงินทดแทน กฎหมายแรงงานสัมพันธ์ กฎหมายกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กฎหมายภาษีอากร กฎหมายล้มละลาย กฎหมายป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน กฎหมายการป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง กฎหมายคอมพิวเตอร์ เป็นต้น

3.3 ประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย (Legitimate Interest)

เพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลหรือนิติบุคคลอื่น โดยไม่เกินขอบเขตที่ท่านสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผล หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่น ๆ ตามที่กฎหมายอนุญาตให้ทำได้ เช่น

(ก) การบันทึกเสียง การบันทึกภาพนิ่ง การบันทึกภาพเคลื่อนไหวกล้อง CCTV
(ข) การสำรวจความคิดเห็น การเข้าร่วมกิจกรรมภายในองค์กร การเข้าร่วมการอบรม/สัมมนาภายในและภายนอกองค์กร การสมัครสมาชิกต่างๆที่จำเป็นและเป็นประโยชน์ในการทำงาน การประกาศผล การรับ-ส่งพัสดุ การวิเคราะห์วิจัย ทำสถิต
(ค) การบริหารความเสี่ยง การกำกับตรวจสอบ การจัดการข้อร้องเรียน การบริหารจัดการภายในองค์กร การป้องกัน รับมือ ลดความเสี่ยงที่อาจเกิดการกระทำการทุจริต
(ง) การดำเนินการเกี่ยวกับภัยคุกคามทางไซเบอร์ การทำผิดกฎหมายต่าง ๆ การตรวจสอบข้อมูลการใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานหรือตรวจสอบพฤติกรรมการปฏิบัติงาน การดำเนินคดีในชั้นศาล
(จ) การทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวบุคคลได้ (Anonymous data)
(ฉ) การประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลของผู้สมัครหรือคู่ค้าที่ไม่ผ่านการพิจารณา และข้อมูลส่วนบุคคลของบุคคลอ้างอิงของผู้สมัครงาน หรือของคู่ค้า
(ช) เพื่อการก่อตั้ง ใช้ โต้แย้ง หรือ ดำเนินการตามสิทธิเรียกร้องของบริษัทและบริษัทในเครือ
(ซ) เพื่อการติดต่อ และการดำเนินธุรกิจของบริษัทตลอดระยะเวลาที่บริษัทยังมีความสัมพันธ์ กับเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

3.4 ความยินยอม (Consent)

เพื่อเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลตามความจำเป็น ยกตัวอย่าง เช่น

(ก) ข้อมูลสุขภาพเพื่อการพิจารณารับสมัครคัดเลือกเข้าทำงาน เข้ารับทุนการศึกษา รับการสนับสนุน/การให้สวัสดิการเบิกค่ารักษาพยาบาล/การรักษาพยาบาลที่ห้องพยาบาล/การตรวจสุขภาพประจำปี / โปรแกรมเพื่อสุขภาพต่าง ๆ เช่น การจัดฉีดวัคซีนและอื่น ๆ เป็นต้น
(ข) ข้อมูลชีวภาพ (Biometric) เช่น ข้อมูลภาพจำลองใบหน้า ข้อมูลจำลองลายนิ้วมือ ข้อมูลจำลองม่านตา เพื่อวัตถุประสงค์ในการตรวจสอบและพิสูจน์ตัวตนของท่านเพื่อลงเวลาทำงาน/เข้าประชุม/อบรมสัมมนา/เข้าร่วมกิจกรรม/เข้าอาคาร ข้อมูลประวัติอาชญากรรม/ข้อมูลประวัติพฤติกรรม เพื่อการพิจารณารับเข้าทำงาน เพื่อการพิจารณาเข้ารับทุนการศึกษา เพื่อการพิจารณาเข้ารับการสนับสนุน/ตรวจสอบคุณสมบัติในงานที่รับผิดชอบ
(ค) ข้อมูลศาสนาเพื่อพิจารณา รับสมัครงานในตำแหน่งที่อาจจะมีข้อจำกัดด้านศาสนา อนุมัติลาอุปสมบท/ลาพิธีฮัจญ์/จัดเตรียมอาหาร/ประกอบพิธีกรรมทางศาสนากรณีเสียชีวิต เป็นต้น

4. การเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทอาจเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลให้แก่ผู้อื่นภายใต้ความยินยอมของท่าน หรือฐานทางกฎหมายตามวัตถุประสงค์ที่ระบุไว้ในนโยบายฉบับนี้ เช่น ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล ผู้ให้บริการภายนอกทั้งในประเทศและต่างประเทศ ตัวแทนของบริษัท หน่วยงานหรือบริษัทภายนอกที่บริษัท ไปศึกษาดูงาน ผู้รับจ้างช่วงงานต่อ สถาบันการเงิน ผู้สอบบัญชี ผู้ตรวจสอบภายนอก ผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ผู้สนใจจะเข้ารับโอนสิทธิ และ/หรือผู้รับโอนสิทธิหรือการควบรวมกิจการต่าง ๆ ของบริษัท นิติบุคคล/บุคคลใด ๆ ที่มีความสัมพันธ์หรือมีสัญญาอยู่กับบริษัท ซึ่งรวมตลอดถึง ผู้บริหาร พนักงาน ลูกจ้าง ผู้รับจ้าง ตัวแทน ที่ปรึกษาของบริษัท และของบุคคลหรือหน่วยงานที่เป็นผู้รับข้อมูลดังกล่าว ซึ่งรวมถึง

4.1 สมาชิกใดๆ ของบริษัท

4.2 ตัวแทนของบริษัท เพื่อวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมหรือกระตุ้น ให้เกิดการแข่งขันกันสร้างผลงานหรือสร้างแรงจูงใจ

4.3 ที่ปรึกษาหรือผู้เชี่ยวชาญ ภายในหรือภายนอกของบริษัท

4.4 ผู้ให้บริการใดๆ หรือตัวแทนผู้ให้บริการ (รวมไปถึงผู้ให้บริการช่วง) ของบริษัท

4.5 หน่วยงานรัฐใดๆ ทางด้านภาษี กฎเกณฑ์ หรือผู้ซึ่งมีอำนาจเหนือบริษัท ตามที่กฎหมายกำหนด หรือตามที่มีการร้องขอให้เปิดเผยเพื่อผลประโยชน์ของบริษัท หรือเปิดเผยเพื่อประโยชน์สาธารณะ

4.6 ผู้รับโอนหรือ ผู้สืบสิทธิในส่วนใดๆ ของบริษัท เนื่องจากการซื้อหรือขายที่เกิดขึ้นจริงหรือการเสนอซื้อหรือขายบริษัท ทั้งหมดหรือบางส่วน

4.7 บุคคลอื่นใดที่เจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลได้ให้ความยินยอมโดยชัดแจ้ง เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ตามวัตถุประสงค์ที่กล่าวมาแล้วข้างต้น


5. การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปต่างประเทศ

บริษัทจึงอาจมีความจำเป็นต้องส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไปยังบริษัทหรือบริษัทในเครือที่อยู่ต่างประเทศ ซึ่งอาจเป็นประเทศที่ท่านทำงาน หรือไปยังผู้รับข้อมูลอื่น ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินธุรกิจตามปกติของบริษัท เช่น การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปเก็บไว้บน Server/Cloud ในประเทศต่าง ๆ กรณีที่ประเทศปลายทางที่อาจมีมาตรฐานในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เพียงพอ บริษัทจะดูแลการส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด และจะดำเนินการให้มีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรการเยียวยาตามที่เห็นว่าจำเป็นและเหมาะสมสอดคล้องกับมาตรฐานการรักษาความลับตามที่กฎหมายประเทศนั้นกำหนด เช่น กำหนดให้ผู้รับข้อมูลมีมาตรการในการรักษาความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลเทียบเท่ากับมาตรการของบริษัท มีข้อตกลงรักษาความลับกับผู้รับข้อมูลในประเทศดังกล่าว หรือในกรณีที่ผู้รับข้อมูลเป็นบริษัทในเครือ บริษัทอาจเลือกใช้วิธีการดำเนินการให้มีนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่ได้รับการตรวจสอบและรับรองจากผู้มีอำนาจตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องและจะดำเนินการให้การส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบริษัทในเครือที่อยู่ต่างประเทศเป็นไปตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าวแทนการดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนดไว้ก็ได้


6. ระยะเวลาการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามระยะเวลาที่จำเป็นในระหว่างที่ท่านเป็นผู้สมัคร พนักงาน หรือคู่ค้าของบริษัท หรือตลอดระยะเวลาที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ ซึ่งอาจจำเป็นต้องเก็บรักษาไว้ต่อไปภายหลังจากนั้นหากมีกฎหมายกำหนดหรืออนุญาตไว้ ทั้งนี้ตามนโยบายการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท (Data Retention Policy) บริษัทจะมีการดำเนินการในขั้นตอนอันเหมาะสม เพื่อทำการลบหรือทำลาย หรือทำให้ ข้อมูลส่วนบุคคลของเจ้าของข้อมูลเป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวเจ้าของข้อมูล ตามระยะเวลาเก็บรักษา ข้อมูลส่วนบุคคลข้างต้นตามนโยบายการลบข้อมูลส่วนบุคคล (Data Disposal Policy)

6.1 ผู้สมัคร

ผู้สมัคร ในทีนี้รวมถึงผู้สมัครงานและคู่ค้าที่ไม่ได้รับเลือกให้เข้าทำสัญญากับบริษัท บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลของท่านเป็นระยะเวลาภายใน 2 ปี เพื่อเป็นหลักฐานว่าบริษัทได้พิจารณาคัดเลือกท่านอย่างยุติธรรม ตามความยินยอมที่ท่านได้ให้ไว้เพื่อพิจารณารับท่านเข้าทำงานในตำแหน่งงานหรือเพื่อพิจารณาให้ท่านให้บริการแก่บริษัทในงานที่เหมาะสมกับท่านในอนาคต

6.2 พนักงาน

บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้ตามอายุของสัญญา และ/หรือตามระยะเวลาที่กฎหมายคุ้มครองแรงงานกำหนด เพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี

6.3 คู่ค้า

บริษัทจะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน ไว้ตามอายุของสัญญา และ/หรือตลอดระยะเวลาที่บริษัทยังมีความจำเป็นต้องใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเพื่อการติดต่อหรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใดตามสมควร หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการพิสูจน์ตรวจสอบกรณีอาจเกิดข้อพิพาทภายในอายุความตามที่กฎหมายกำหนดเป็นระยะเวลาไม่เกิน 10 ปี หากระยะเวลาในการจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลตามนโนบายนี้ขัดหรือแย้งกับ นโยบายการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท (Data Retention Policy) ให้ถือตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ใน นโยบายการเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท (Data Retention Policy) ทั้งนี้ การกำหนดระยะเวลาตามนโนบายนี้ ไม่ตัดสิทธิบริษัทที่จะจัดเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเกินกว่าระยะเวลาที่กำหนดในนโยบายนี้ หากมีความจำเป็นตามกฎหมายหรือความจำเป็นอื่นใดตามที่บริษัทมีสิทธิตามกฎหมาย


7. การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทจะเก็บรักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นอย่างดีตามมาตราการป้องกันด้านการบริหารจัดการ (administrative safeguard) มาตรการป้องกันด้านเทคนิค (technical safeguard) และมาตรการป้องกันทางกายภาพ (physical safeguard) เพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เหมาะสม หมายความว่า มีการธำรงไว้ซึ่งความลับ (confidentiality) ความถูกต้องครบถ้วน (integrity) และให้ข้อมูลอยู่ในลักษณะที่พร้อมใช้งาน (availability) และเพื่อป้องกันการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล โดยบริษัทได้กำหนดนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เช่น มาตรฐานความปลอดภัยของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ และมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับข้อมูลไปจากบริษัท ใช้หรือเปิดเผยข้อมูลนอกวัตถุประสงค์ หรือโดยไม่มีอำนาจหรือโดยไม่ชอบ และบริษัทได้มีการปรับปรุงนโยบาย ระเบียบ และหลักเกณฑ์ดังกล่าวเป็นระยะ ๆ ตามความจำเป็นและเหมาะสม นอกจากนี้ บริษัทยังได้กำหนดให้พนักงาน บุคลากร ตัวแทน และผู้รับข้อมูลจากบริษัทมีหน้าที่รักษาข้อมูลส่วนบุคคลของท่านไว้เป็นความลับและมีความปลอดภัยตามมาตรการที่บริษัทกำหนด เมื่อต้องมีการดำเนินการใด ๆ กับข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน


8. สิทธิของเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคล

สิทธิของท่านเป็นสิทธิตามกฎหมายที่ท่านควรทราบ โดยท่านสามารถขอใช้สิทธิต่าง ๆ ได้ภายใต้ข้อกำหนดของกฎหมาย และนโยบายที่กำหนดไว้ในขณะนี้ หรือที่จะมีการแก้ไขเพิ่มเติมในอนาคต ตลอดจนหลักเกณฑ์ตามที่บริษัทกำหนดขึ้น

8.1 สิทธิขอถอนความยินยอม

หากท่านได้ให้ความยินยอมให้บริษัทเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลท่าน (ไม่ว่าจะเป็นความยินยอมที่ท่านให้ไว้ก่อนวันที่กฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลใช้บังคับหรือหลังจากนั้น) ท่านมีสิทธิที่จะถอนความยินยอมเมื่อใดก็ได้ตลอดระยะเวลาที่ข้อมูลส่วนบุคคลของท่านอยู่กับบริษัท เว้นแต่มีข้อจำกัดสิทธินั้นโดยกฎหมายหรือมีสัญญาที่ให้ประโยชน์แก่ท่านอยู่

8.2 สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่อยู่ในความรับผิดชอบของบริษัท และขอให้บริษัททำสำเนาข้อมูลดังกล่าวให้แก่ท่าน รวมถึงขอให้บริษัทเปิดเผยว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านนั้นได้มาอย่างไรโดยปราศจากความยินยอมของท่าน

8.3 สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลของท่านในกรณีที่บริษัทได้ทำให้ข้อมูลนั้นอยู่ในรูปแบบที่สามารถอ่านหรือใช้งานโดยทั่วไปได้ด้วยเครื่องมือหรืออุปกรณ์ที่ทำงานได้โดยอัตโนมัติและสามารถใช้หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ รวมทั้งมีสิทธิขอให้บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นเมื่อสามารถทำได้ด้วยวิธีการอัตโนมัติ และมีสิทธิขอรับข้อมูลส่วนบุคคลที่บริษัทส่งหรือโอนข้อมูลส่วนบุคคลในรูปแบบดังกล่าวไปยังผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลอื่นโดยตรง เว้นแต่ไม่สามารถดำเนินการได้เพราะเหตุทางเทคนิค

8.4 สิทธิขอคัดค้าน

ท่านมีสิทธิขอคัดค้านในเวลาใดก็ได้หากการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านที่ทำขึ้นเพื่อประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมายของบริษัท หรือของบุคคลอื่น หรือเพื่อดำเนินการตามภารกิจเพื่อสาธารณประโยชน์ หากท่านยื่นคัดค้าน บริษัทจะยังคงดำเนินการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านต่อไปเฉพาะที่บริษัทสามารถแสดงเหตุผลตามกฎหมายได้ว่ามีความสำคัญยิ่งกว่าสิทธิขั้นพื้นฐานของท่าน หรือเป็นไปเพื่อการยืนยันการปฏิบัติตามกฎหมาย หรือการต่อสู้ในการฟ้องร้องตามกฎหมาย ตามแต่ละกรณี

8.5 สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน หรือทำให้เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถระบุตัวท่านได้ หากท่านเชื่อว่าข้อมูลส่วนบุคคลของท่านถูกเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายที่เกี่ยวข้อง หรือเห็นว่าบริษัทหมดความจำเป็นในการเก็บรักษาไว้ตามวัตถุประสงค์ที่เกี่ยวข้องในนโยบายฉบับนี้ หรือเมื่อท่านได้ใช้สิทธิขอถอนความยินยอมหรือใช้สิทธิขอคัดค้านตามที่แจ้งไว้ข้างต้นแล้ว

8.6 สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลชั่วคราวในกรณีที่บริษัทอยู่ระหว่างตรวจสอบตามคำร้องขอใช้สิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลหรือขอคัดค้านของท่าน หรือกรณีอื่นใดที่บริษัทหมดความจำเป็นและต้องลบหรือทำลายข้อมูลส่วนบุคคลของท่านตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องแต่ท่านขอให้บริษัทระงับการใช้แทน

8.7 สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล

ท่านมีสิทธิขอแก้ไขข้อมูลส่วนบุคคลของท่านให้ถูกต้อง เป็นปัจจุบัน สมบูรณ์ และไม่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิด

8.8 สิทธิร้องเรียน

ท่านมีสิทธิร้องเรียนต่อหน่วยงานผู้มีอำนาจ หากท่านเชื่อว่าการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่านเป็นการกระทำในลักษณะที่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

  • สำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ทำหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.))
  • โทรศัพท์: 02-1416747
  • อีเมล: pr@mdes.go.th
  • ที่อยู่: 20 หมู่ 3 ชั้น 6-9 อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210

8.9 การใช้สิทธิ

การใช้สิทธิของท่านดังกล่าวข้างต้นสามารถทำได้โดยกรอกแบบฟอร์มคำร้องขอใช้สิทธิและยื่นคำร้องต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบ อย่างไรก็ตามการใช้สิทธิของท่านอาจถูกจำกัดภายใต้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง และมีบางกรณีที่มีเหตุจำเป็นที่บริษัทอาจปฏิเสธหรือไม่สามารถดำเนินการตามคำขอใช้สิทธิข้างต้นของท่านได้ เช่น ต้องปฏิบัติตามกฎหมายหรือคำสั่งศาล เพื่อประโยชน์สาธารณะ การใช้สิทธิอาจละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพของบุคคลอื่น เป็นต้น โดยหากบริษัทปฏิเสธคำขอข้างต้น บริษัทจะแจ้งเหตุผลของการปฏิเสธให้ท่านทราบ

ระยะเวลาดำเนินการในการใช้สิทธิประเภทต่าง ๆ
สิทธิ ระยะเวลาดำเนินการ
สิทธิขอถอนความยินยอม 7 วัน
สิทธิขอเข้าถึงข้อมูล 30 วัน
สิทธิขอถ่ายโอนข้อมูล
สิทธิขอคัดค้าน
สิทธิขอให้ลบหรือทำลายข้อมูล
สิทธิขอให้ระงับการใช้ข้อมูล
สิทธิขอให้แก้ไขข้อมูล 7 วัน

9. การติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

หากท่านมีข้อเสนอแนะ หรือต้องการสอบถามข้อมูลเกี่ยวกับรายละเอียดการเก็บรวบรวม ใช้ และเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคลของท่าน รวมถึงการขอใช้สิทธิตามนโยบายฉบับนี้ ท่านสามารถติดต่อบริษัท และ/หรือ เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลผ่านช่องทางดังนี้

ติดต่อบริษัท

ชื่อ: บริษัท แมคไทย จำกัด
Mc Thai Company Limited
ที่อยู่: เลขที่ 97/11 อาคาร บิ๊กซี ราชดำริห์ ห้องเลขที่ ออฟฟิศ 1 ชั้นที่ 5 ถนน ราชดำริห์ ตำบล/แขวง ลุมพินี อำเภอ/เขต ปทุมวัน จังหวัด กรุงเทพมหานคร 10330
ช่องทางการติดต่อ: [●] วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8:30 น. – 17:30 น.
(เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
communications@th.mcd.com

ติดต่อเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO)

ชื่อ: ปิยวัฒน์ ฤกษ์สุริยา
ที่อยู่: เลขที่ 97/11 อาคาร บิ๊กซี ราชดำริห์ ห้องเลขที่ ออฟฟิศ 1 ชั้นที่ 5 ถนน ราชดำริห์ ตำบล/แขวง ลุมพินี อำเภอ/เขต ปทุมวัน จังหวัด กรุงเทพมหานคร 10330
ช่องทางการติดต่อ: วันจันทร์ – วันศุกร์ เวลา 8:30 น. – 17:30 น.
(เว้นวันหยุดราชการและวันหยุดนักขัตฤกษ์)
Piyawat.Ruaksuriya@th.mcd.com

10. การปรับปรุงนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการปรับปรุง เปลี่ยนแปลง หรือแก้ไขนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลฉบับนี้ได้ในอนาคต ภายใต้ข้อบังคับของกฎหมาย และการเปลี่ยนแปลงใด ๆ บริษัทจะประกาศให้ทราบผ่านเว็บไซต์ของบริษัทที่ https://www.mcthai.co.th



ทั้งนี้ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไป
ขึ้นบนสุด